นักธุรกิจหนุ่มเพนซิลเวเนีย พบรัก นักธุรกิจสาวไทย

นักธุรกิจหนุ่มเพนซิลเวเนีย พบรัก นักธุรกิจสาวไทย

สวัสดีค่ะ

มาพบกับอีกหนึ่งความสำเร็จของกามเทพพี่ป้อมกันนะคะ

สาวนักธุรกิจชาวกรุงเทพ พบรักกับหนุ่มนักธุรกิจใหญ่เมืองเพนซิลเวเนีย (Pennsylvania) สหรัฐอเมริกา

ก่อนอื่นต้องขอบคุณคุณดิอร ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ดิฉันอยากมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ ถึงแม้ดิฉันจะมีธุรกิจที่อเมริกา แต่ดิฉันไม่เคยคิดเลย ดิฉันได้ติดตามดูคลิปของคุณดิอรหลายๆครั้ง และยังพูดถึงน้องป้อมบ่อยๆ ทำให้ดิฉันอยากรู้จักกับน้องป้อมแล้วล่ะ พอดิฉันทราบเฟสบุ๊คของน้องป้อมจึงรีบติดต่อไปทันทีค่ะ

เพราะดิฉันใจร้อน ไม่รีรอจึงติดต่อน้องป้อมและขอรายละเอียดในการสมัคร และสัมภาษณ์ภายในวันนั้นเลย ดิฉันพร้อมมากๆ ที่จะมาใช้บริการหาคู่ต่างชาติกับน้องป้อมค่ะ

พอน้องป้อมให้รายละเอียดมาเท่านั้นแหละ ดิฉันพร้อมสมัครทันที เพราะค่าสมัครในการใช้บริการถูกมากสำหรับดิฉันค่ะ ดังนั้นดิฉันจึงบอกน้องป้อมว่า ใจวัยรุ่นมาก ดิฉันเป็นคนทันสมัยคอยหาความรู้เพิ่มเติม และไม่ปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นคนล้าสมัยค่ะ แค่อยากหาใครสักคนมาคอยคุยด้วย มาดื่มกาแฟเป็นเพื่อน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เท่านั้นเอง ไม่ได้ต้องการอะไรมาก คุยเป็นเพื่อนแก้เหงา เพราะตัวดิฉันเองเป็นนักธุรกิจทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศก็ค่อนข้างยุ่งและไม่ค่อยมีเวลา

แต่น้องป้อมบอกว่า... ไม่ได้หรอกน้องป้อมจะหาคู่ชีวิตให้ดิฉัน และแล้วก็กลายเป็นเรื่องจริงในเวลต่อมาค่ะ

และแล้วดิฉันก็เลือกใช้บริการหาคู่ต่างชาติกับน้องป้อมค่ะ ทางน้องป้อมส่งชายหนุ่ม มาให้คุยแค่ 3 คน

และทุกคนเป็นคนอเมริกัน แต่ดิฉันถูกใจแค่คนเดียวเป็นนักธุรกิจเหมือนกัน เขาเป็นคนที่มีอีโก้ค่อนข้างสูง ดิฉันก็เช่นกันกับเขา ดิฉันสามารถใช้ภาอังกฤษได้ดี แต่ในเรื่องภาษาอังกฤษแบบโรแมนติก ภาษารักแบบนั้น ดิฉันไม่ค่อยถนัดเลย จึงต้องขอคำแนะนำจากน้องป้อมทุกวัน เช่น การจะคุยกับนักธุรกิจแล้วจะคุยกับเขาอย่างไรให้โดนใจเขา และไม่เบื่อ แต่จริงๆแล้วดิฉันก็ไม่ได้คาดหวังอยากจะได้เจอนักธุรกิจหรอกนะคะ แค่ใครสักคนที่ดีและจริงใจ

ช่วงแรกๆ ก็มีอุปสรรคอยู่บ้างเพราะดิฉันไม่เข้าใจวัฒนธรรมของคนอเมริกัน พอหลังจากที่ได้คำแนะนำจากน้องป้อม หลายๆ อย่างก็เริ่มดีขึ้น ลื่นไหลมากขึ้น ไม่ค่อยติดขัด เริ่มคุยกันแล้วเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้นค่ะ

ต่อมาเขาก็เริ่มเปิดเผยตัวตนของเขากับดิฉันมากขึ้น เพื่อแสดงความจริงใจต่อกันและกันมากยิ่งขึ้น แต่ดิฉันก็ยังมาปรึกษากับน้องป้อมว่า เขาจะจริงใจและจริงจังกับดิฉันได้ขนาดนี้ เพราะดิฉันเองก็ไม่ใช่สาวๆแล้ว เขาเปิดเผยเรื่องส่วนตัวของเขาเยอะมากขึ้น เขาบอกว่า เขาต้องการจริงจังกับดิฉันในเรื่องของความรัก ความสัมพันธ์กัน จนดิฉันคิดไปว่า... จะจริงเหรอเนี่ย...? เพราะดิฉันก็อายุค่อนข้างเยอะแล้ว เขาจะมาจริงจังกับดิฉัน

จากนั้นเขาก็อยากจะคุยแบบส่องกล้องกับดิฉัน พอวันแรกที่ได้เห็นหน้า และฟังเสียงเขา ดิฉันแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาดูดีมากๆ หล่อ เสียงก็นุ่มนวลอบอุ่น ฟังแล้วก็คล้อยตามไปเลย (ดิฉันแอบคิดไปว่า... ถ้าเขาเป็นแฟนดิฉันจริงๆ ก็คงจะดีสินะ...เพ้อฝันไปค่ะ)
ดูเป็นคนมีสุขภาพดีมากๆ ที่ที่มากกว่านั้นคือ เขาดูไม่แก่เลย

พวกเราเริ่มคุยกันมากขึ้นๆ คุยกันตลอดวันละหลายๆ ชั่วโมง ยิ่งทำให้เราอยากจะรู้จักเขาเพิ่มมากยิ่งขึ้น ไปไหนมาไหนดิฉันก็ต้องคอยรายงานเขา และเขาก็ทำแบบนี้เช่นกันค่ะ เขาจะบอกและคอยอัพเดทดิฉันว่ากำลังทำอะไร ที่ไหน อย่างไรบ้าง เราเรียนรู้กัน คุยกัน จนดิฉันรู้สึกว่าเรามีไลฟสไตล์ ที่คล้ายๆกันเลย ไม่อยากจะเชื่อเลย

ทางเขาเริ่มเล่าให้ลูกชายของเขาฟังว่า เขาเริ่มคบกับดิฉันแล้ว (คือ... ดิฉันรู้สึกว่าจริงใจและจริงจังกับเราแล้วนะ) เขาจะทุ่มเทเวลาให้ดิฉันเยอะมาก คอยถามไถ่ตลอดเวลา เราคุยกันมากเหมือนกับว่าอยู่ด้วยกันเลย ขนาดเพื่อนของเขาชวนไปทานข้าวนอกบ้าน เขายังปฏิเสธไปเลยค่ะ อีกอย่างคือ เขาทราบว่าดิฉันมีวีซ่าอเมริกาแล้ว ยิ่งทำให้เขาอยากเจอดิฉันเร็วยิ่งขึ้น

พอเราคุยกันได้ประมาณ 6-7 เดือน ดิฉันได้วางแผนที่จะไปเยี่ยมเขาและซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อที่จะไปเยี่ยมเขาในอีก 2 เดือนข้างหน้า (เขานับถอยหลังรอวันที่จะเจอดิฉันค่ะ เตรียมหลายๆอย่างไว้รอดิฉัน เพื่อให้ดิฉันประทับใจเขาค่ะ)

และแล้ววันนั้นก็มาถึง คือเขามารอดิฉันที่สนามบินนิวยอร์กค่ะ เขาบอกว่ามารอดิฉันก่อนตั้ง 4 ชั่วโมงก่อนที่เครื่องบินจะลง ตัวจริงของเขาตัวสูง ดูดีมากๆ ดูดีกว่าตอนคุยกันผ่านกล้องเสียอีก ดิฉันทั้งตื่นเต้นและดีใจสุดๆ ไปเลยค่ะ (เป็นครั้งแรกในชีวิตของดิฉันเลยค่ะ ที่มีคนมารอรับที่สนามบิน) เขาพาดิฉันไปบ้านของเขา เขาขับรถจากนิวยอร์กไปยังบ้านของเขาที่เมืองเพนสิเวเนีย* พอถึงบ้านของเขา เป็นการต้อนรับที่แสนอบอุ่นเสียจริงๆ บ้านเขาหลังใหญ่โตมาก การตบแต่งที่ดูดีมีสไตล์

ทุกเช้าเขาจะเป็นคนทำอาหารเช้าและอาหารกลางวันให้ดิฉันทานทุกวันค่ะ ส่วนอาหารเย็น พวกเราจะออกไปทานนอกบ้านแทบทุกวันค่ะ (จริงๆแล้วดิฉันเองก็ไม่ได้ต้องการคนมีฐานะอะไร แค่มีคนรักดิฉัน และจริงใจให้ดิฉันก็พอค่ะ เพราะเงินทองสำหรับดิฉันก็ไม่ได้สำคัญมากไปกว่า การให้เกียรติกัน ดูแลซึ่งกันและกัน คอยเป็นห่วงเป็นไยกัน เข้าใจกันก็พอแล้วค่ะ เพราะดิฉันเองก็มีธุรกิจของตัวเองอยู่แล้วค่ะ)

เขาเป็นผู้ชายที่โรแมนติกมากๆ เช่นเรื่องอาหารเช้า คือเขาต้องเป็นคนทำให้ดิฉันทานเองทุกเช้า นั่งทานด้วยกันทุกเช้า (ดิฉันทานหมดเขายิ่งมีความสุขมากๆ อีกอย่างคือ เขาจะคิส (จูบ) ดิฉันตลอด และชมดิฉันทุกวันว่าดิฉันเป็นคนดี สวยน่ารัก ฉลาดอีกต่างหาก ช่างเพอร์เฟคอะไรแบบนี้ เขาช่างเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกที่เจอดิฉัน เพราะเขาบอกว่าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะสามารถพบคนดีแบบดิฉันได้ผ่านทางโลกออนไลน์ ส่วนดิฉันก็แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเจอผู้ชายที่แสนดี และอบอุ่นได้มากมายได้เพียงนี้) เขายังพาดิฉันไปชอปปิ้งตลอด ขับรถพาดิฉันไปในที่ที่สวยๆ บรรยากาศดีดี ระยะเวลาหนึ่งเดือนครึ่ง ดิฉันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ เพราะที่บ้านของเขามีแม่บ้าน คอยดูแลให้หมดทุกอย่างเลยค่ะ เพราะเขาอยากมีช่วงเวลาที่ดีดีกับดิฉันให้มากที่สุดในครั้งแรกที่เราได้พบกันค่ะ

ในที่สุดวันเกิดของเขาก็มาถึง ก่อนที่ดิฉันจะกลับเมืองไทย เขาขอดิฉันแต่งงานค่ะ💍 ดิฉันก็ตอบตกลงเขาไปค่ะ ภายในปีนี้เรามีแพลนที่จะแต่งงานกับดิฉัน แต่ดิฉันต้องขอเคลียร์งานของดิฉันก่อน เพราะมีหลายๆอย่างที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย (ดิฉันยุ่งมากๆ) ก่อนที่จะแต่งงานกับเขาค่ะ น่าจะเป็นช่วงปลายปีนี้ค่ะ ตัวเขาเองนับวันที่จะได้แต่งงานกับดิฉันค่ะ

ดิฉันไม่เคยคิดเลยว่า... จะมีวันนี้ได้ เพราะถ้าไม่มีน้องป้อมคอยเป็นโคช และคอยเทรนด์ให้ดิฉันอย่างดีมาโดยตลอด ให้คำปรึกษา และคอยแนะนำอย่างดีเรื่อยมา สำหรับค่าบริการหนึ่งหมื่นห้าพันบาท สำหรับดิฉันแล้วคือ มันคุ้มค่ามากๆ คุ้มเกินคุ้มมากๆเสียอีก เช่น เวลาที่ดิฉันมีปัญหาเรื่องภาษาอังกฤษกับเขา น้องป้อมก็ช่วยดิฉันแก้ปัญหาได้ทุกครั้งไป

ดิฉันขอฝากน้องๆ ที่มาใช้บริการกับคุณป้อม ขอให้คุณมีความเชื่อมั่นในตัวเองและคุณป้อม เราต้องมีความมั่นใจในตัวเอง ไม่อายจนเกินไป กล้าตัดสินใจด้วยตัวเอง หากอยากให้ภาษาอังกฤษดีขึ้น ก็สามารถไปเรียนเพิ่มเติมกับคุณดิอรได้ค่ะ จะได้เทคนิคดีดี เวลาแชทกับชายหนุ่มจากคุณครูดิอรค่ะ พี่ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ใช้บริการหาคู่ต่างชาติกับคุณป้อมนะคะ คุณต้องฝึกฝนภาษาอังกฤษทุกวัน เรียนรู้เพิ่มเติม หาประสบการณ์ใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ ต้องปรับตัว ปรับเปลี่ยนตัวเราให้ทันยุคทันสมัยอยู่ตลอดเวลา สิ่งไหนที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนเลย คุณต้องเรียนรู้ และยอมรับมันให้ได้ ไม่มีอะไรที่ยากเกินไปสำหรับเราหรอกค่ะ เราต้องกล้า มีความมุ่งมั่น อดทน พยายามค่ะ

พี่ป้อมฝากบอกว่า ถ้าหากคุณอยากโกอินเตอร์ มัวแต่ขี้อาย ไม่กล้า อันนี้ก็ไม่ชอบ อันนั้นก็ไม่ใช่ เราจะไม่มีวันพบกับความสำเร็จเลย หากเราไม่ยอมเปิดใจ เข้าใจ และเรียนรู้ มีแต่กังวลว่าตัวเราเองทำไม่ได้ คือ ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แล้วเมื่อไหร่ล่ะคะ จริงไหม อนาคตเป็นของคุณเองค่ะ คุณต้องกล้าตัดสินใจที่จะทำ บางคนบอกว่าไม่พร้อม...? แล้วคุณจะพบกับความสำเร็จไหมล่ะ?! พี่ป้อมยังบอกอีกว่า “ใครรู้ตัวว่าเป็นสาวมั่น สาวกล้า มีความคิดที่ดี คิดบวก ทักพี่ป้อมไปเลยค่ะ

สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องเงินในการสมัคร คุณสามารถคุยกับพี่ป้อมได้เลย คุณสามารถผ่อนชำระได้ ไม่ต้องอายค่ะ พี่ป้อมยินดีช่วยเหลือคนกล้าและจริงใจค่ะ สู้นะคะ ได้ทุกคนค่ะ ติดขัดตรงไหนต้องรีบปรึกษาพี่ป้อมค่ะ สำเร็จทุกคนค่ะ ขอแค่อย่าท้อแท้ สู้ๆไปพร้อมกันกับพี่ป้อม พี่ป้อมเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ ทุกคน จะช้าจะนานได้ทุกคน เพราะแต่ละคนนั้น ไม่เหมือนกัน แต่พี่ป้อมจะทำให้ทุกคนได้ประสบความสำเร็จ และต้องหมั่นฝึกฝนภาษาอังกฤษ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา พร้อมที่จะปรับตัวเข้าหาประสบการณ์ใหม่ๆ แล้วคุณจะพบว่า ความความสำเร็จนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม!

ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ
💖
ดิอร ณ อเมริกา

#สนใจเรียนภาษา ทัก Inbox ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยค่ะ
#สนใจหาแฟนฝรั่ง ติดต่อสอบถามรายละเอียด ได้ทางเฟสพี่ป้อม Michael Pom Diemer นะคะ
[แอดมินเพจ]

ที่มา www.facebook.com/DiornUSA