สาวอิสานทุ่งกุลาร้องไห้ (สาวร้อยเอ็ด) พบรักกับหนุ่มขั้วโลกเหนือรูปงาม และใจดี ชาวไอริช

สาวอิสานทุ่งกุลาร้องไห้ (สาวร้อยเอ็ด) พบรักกับหนุ่มขั้วโลกเหนือรูปงาม และใจดี ชาวไอริช

อีกหนึ่งความสำเร็จของ กามเทพพี่ป้อม
"สาวอิสานทุ่งกุลาร้องไห้ (สาวร้อยเอ็ด) พบรักกับหนุ่มขั้วโลกเหนือรูปงาม และใจดี ชาวไอริช”

ก่อนอื่นดิฉัน ต้องขอบคุณพี่ดิอรอย่างมากค่ะ เพราะดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ติดตามและเป็นแฟนเพจพี่ดิอร ดิฉันเป็นข้าราชการคนหนึ่งที่อยากมีแฟนต่างชาติ พี่ดิอรเป็นไอดอลของดิฉันค่ะ และได้ฟังเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับพี่ดิอรว่าเป็นร้อยเอ็ดเหมือนกันกับดิฉัน พี่เขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานเรียกได้ว่า ทึ่งในความสามารถของพี่ดิอรมากๆ นอกจากนี้พี่ดิอรได้พูดถึงพี่ป้อมอยู่บ่อยๆ ทำให้ดิฉันอยากรู้จักว่าพี่ป้อม คือใครกันนะ.....? อยากรู้จักจัง...

อยู่มาวันหนึ่ง ดิฉันเหงามากกกกก ถึงมากที่สุดจริงๆ ความเหงาได้ฆ่าความสุขของดิฉันไปทีละนิดๆ ดิฉันอยากมีใครสักคนที่ช่วยให้หายเหงาได้บ้าง... เพราะดิฉันเพิ่งอกหักมาหมาดๆ ความคิดในหัวของดิฉันในตอนนั้นคือ นึกถึงแต่หน้าของพี่ป้อมอย่างเดียวว่า...พี่ป้อมต้องหาชายหนุ่มมาให้ดิฉันคุยแก้เหงาได้แน่ๆ แต่เราจะทำอย่างไรถึงจะสามารถติดต่อพี่ป้อมได้ ดิฉันไม่รอช้า รีบส่งข้อความถึงพี่ดิอร พี่ดิอรได้ให้ชื่อเฟสบุ๊คของพี่ป้อมมา ดิฉันได้มาปุ๊บก็รีบเลยค่ะ ใจร้อนมากๆ อยากคุยกับพี่ป้อมทันที จากนั้นก็ติดต่อพี่ป้อมไป ดูรายละเอียดในการสมัคร จึงขอสัมภาษณ์เลยในทันที พอสัมภาษณ์เสร็จ พี่ป้อมบอกว่า ภาษาอังกฤษของดิฉันยังไม่ค่อยดีนะ ต้องไปเรียนเพิ่มเติม แต่พี่ป้อมก็รับสมัครดิฉันไว้ เพราะภาษาอังกฤษพื้นฐานของดิฉันผ่าน (เรื่องค่าใช้จ่าย 15,000 บาท ไม่แพงเลยค่ะสำหรับดิฉันแล้ว เพราะมันช่างคุ้มค่า คุ้มเกินคุ้มมากมายกว่าที่เราจะคิดเป็นจำนวนเงินเสียอีก เพราะพี่ป้อมทำด้วยใจจริง พร้อมทั้งใส่ใจในรายละเอียดของน้องทุกอย่าง จนทำให้น้องประสบความสำเร็วมีวันนี้ได้ สุดคุ้มจริงๆ) ดิฉันพร้อมมากๆๆ จึงบอกกับพี่ป้อมว่า ช่วยดิฉันเถอะนะคะ ถึงภาษาอังกฤษของดิฉันยังไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่ดิฉันพร้อมสู้พร้อมลุยไปกับพี่ป้อมค่ะ พร้อมเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง ดิฉันไม่ได้คาดหวังไว้สูงมากมายนัก ขอแค่มีใครสักคนมาคุยด้วย แล้วสามารถทำให้คลายเหงาลงได้บ้าง และลืมแฟนคนเก่าไปให้ได้ก็พอแล้ว ส่วนเรื่องรูปถ่ายก็ผ่านฉลุยค่ะ สำหรับค่าใช้จ่ายดิฉันก็ชำระทันทีเพราะอยากได้คนคุยแก้เหงาไวไว

หลังจากสมัครเสร็จ ไม่ทันข้ามคืน พี่ป้อมส่งชายหนุ่มอเมริกัน มาให้คุยเป็นคนแรกค่ะ เขาก็อยากจะวิดีโอคอลกับดิฉันทันที แต่พอคุยกันได้สักประมาณ 2 เดือน ด้วยความที่ภาษาอังกฤษของดิฉันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จึงทำให้หลายต่อหลายครั้ง ดิฉันได้แค่จ้องหน้าเขาเท่านั้นในเวลาวิดีโอคอลกัน เพราะไม่สามารถเข้าใจสำเนียงภาษาอังกฤษแบบชาวอเมริกันเอาซะเลย จึงทำได้แค่จ้องหน้าเขาผ่านวิดีโอคอลเท่านั้น เขาอาจจะเบื่อดิฉัน...?! ดิฉันไปบอกพี่ป้อมว่า ผู้ชายคนนี้เริ่มหายไป เป็นเพราะภาษาอังกฤษของดิฉันไม่ดี หรือเขาไม่ได้ชอบดิฉันจริงๆ พี่ป้อมจึงแนะนำว่า แบบนี้ต้องไปเรียนภาษาอังกฤษแบบจริงๆจังๆแล้วนะ ไม่อย่างนั้นผู้ชายคนอื่นๆก็จะหายไปอีกเหมือนคนที่แล้วๆมา ด้วยเหตุนี้ดิฉันจึงไปสมัครเรียนภาษาอังกฤษหนึ่งคลอสกับอาจารย์ท่านหนึ่ง พร้อมทั้งเรียนกับพี่ดิอรหนึ่งคลอสด้วยเช่นกัน เพราะว่า ดิฉันอยากได้เทคนิคดีดีแพรวพราวๆ จากพี่ดิอรในการคุยแชทกับชาวต่างชาติค่ะ

ต่อมาพี่ป้อมส่งหนุ่มไอริชมาให้คุย ดิฉันคุยกับเขาได้สักพัก ดิฉันชอบเขานะ เพราะเขาดูสุภาพ และเข้าใจภาษาอังกฤษในแบบของดิฉัน อีกอย่างคือ เขาเป็นนักจิตวิทยา เขาจึงรู้วิธีที่จะสื่อสารและเข้าใจดิฉัน เขาพยายามใช้ภาษาอังกฤษที่สุภาพ จนทำให้ดิฉันหลงรักเขาจนได้ค่ะ (ดิฉัน แอบคิดไปเองว่า คนนี้ใช่สำหรับฉันแล้วนะ) เราคุยกันประมาณ 3 เดือน วิดีโอคอลกันทุกวัน ดิฉันก็เริ่มเข้าใจภาษาอังกฤษ ว่าเขาพูดว่าอะไรบ้าง ช่วงนั้นเราสองคนดูมีความสุขมากๆ เพราะเขาได้แนะนำครอบครัวของเขาให้ดิฉันรู้จัก ดูเหมือนว่า เขาจะจริงใจกับดิฉัน และเขายังพูดอีกว่า... จะบินมาหาดิฉันที่เมืองไทยอีกด้วย จู่ๆวันหนึ่งเขามาบอกกับดิฉันว่า... เขาเจอคนที่ใช่สำหรับเขาแล้ว💔 และยังบอกอีกว่าภาษาอังกฤษของดิฉันไม่ดี สมควรไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มอีกนะ หลังจากนั้นเขาก็หายไปเลยค่ะ ดิฉันจึงไปเรียน ไปคนคว้า ภาษาอังกฤษมากกว่าเดิมอีก ขยันสุดๆ เพราะข้อบกพร่องเรื่องภาษาอังกฤษของดิฉันมีมากจริงๆ ต้องขยันเรียนเพราะไม่อย่างนั้น จะทำให้การสื่อสารกับคนต่อๆมาล้มเหลวอีก

ดิฉันกลับมาตั้งหลักอีกครั้ง...ในที่สุดพี่ป้อมก็ส่งชายหนุ่มคนที่สามมาให้คุยซึ่งเป็นคนไอริชประเทศเดียวกันอีกแล้วค่ะ (ดิฉันคิดในใจ... จะเป็นเหมือนคนที่สองไหมน้อออ...😢) พอคุยกับคนนี้เขาอยากจะวิดีโอคอลกับเราในครั้งแรกเลย เราสองคนรู้สึกเหมือนเคมีจะเข้ากันและชอบกันแบบทันทีทันใด คือเขาบอกชอบดิฉัน ดิฉันไม่แน่ใจว่าจริงหรือเปล่า...? (ปล. ภาษาอังกฤษของดิฉันเริ่มพอใช้ได้แล้วนะ ดีกว่าสองคนก่อนค่ะ) พอคุยกับเขาได้สามวันดิฉันไปบอกพี่ป้อมว่า ดิฉันชอบและรู้สึกถูกชะตากับผู้ชายคนนี้มากๆ ถูกใจสุดๆ ดิฉันอยากได้คนนี้มาเป็นสามี อยากจีบเขาให้ได้ พี่ป้อมช่วยแต่งประโยคที่หวานๆ เด็ดๆ โดนใจๆ ให้หน่อยนะคะ เพราะว่าผู้ชายคนนี้ดูดี อบอุ่น ใจดี ดูแล้วแล้วมีความสุขค่ะ พอคุยกันได้สักหนึ่งอาทิตย์ เขาบอกว่าเขาจะซื้อตั๋วเครื่องบินไว้ล่วงหน้าก่อน (เป็นการยืนยันว่าเขาจริงใจและจริงจังกับดิฉันนะไม่ได้พูดเล่นๆ) เพื่อจะได้มาหาดิฉันที่เมืองไทยอีกในสามเดือนข้างหน้านี้ และแล้วเขาก็ส่งตั๋วเครื่องบินมาให้ดิฉันดูค่ะ

เราเริ่มคุยกันเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 เขาจองตั๋วเครื่องบินตอนปลายเดือน กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งเป็นอะไรที่เร็วมากๆ คือไม่ทันได้ตั้งตัวเลยค่ะ แล้วเราก็คุยกันมาเรื่อยๆค่ะ เราจะคุยกันในตอนเช้าเวลาไทย ดิฉันต้องตื่นแต่ตอนตี 5 ทุกวันในเวลานี้ตลอดเพื่อคุยกับเขาก่อนไปทำงาน ส่วนเวลาของเขาคือก่อนเข้านอน
เราต้องเสียสละเวลาของเราให้แมทกับเขาค่ะ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีปัญหาบ้าง คือ มีความน้อยใจกัน ไม่เข้าใจกันในเรื่องเวลา คือเราติดต่อและคุยกันทาง Skype (สไกป์ โปรแกรมสำหรับคุยโทรศัพท์ คุยแบบวิดีโอ หรือส่งข้อความผ่านอินเทอร์เน็ต) มีอยู่วันหนึ่งดิฉันโทรหาเขาบ่อยเกินไปจนทำให้เขารำคาญ และโกรธดิฉันมาก (เขาจริงจังมาก ไม่คุยเล่น ฝรั่งเขาจะไม่เหมือนเรา) เขาจึงขึ้น Skype status: Do not distrub🚫(ห้ามรบกวน) ทำให้ดิฉันสงสัยและคิดมากไปว่า เขามีความน้อยใจอะไรดิฉันหรือไม่ ดิฉันจึงถามเขาไปว่าข้อความนี้หมายความว่าอะไรกันแน่...? ประมาณตอนตี 2 ครึ่ง เขาส่งข้อความมา ความยาวประมาณ 2 หน้ากระดาษ ยาวมากคล้ายกับเรียงความเลย มาอธิบายว่าเป็นเพราะอะไร

เมื่อดิฉันมีปัญหา แน่นอนคือ ปรึกษาพี่ป้อมทันที ตอนนั้นจำได้ว่า เป็นช่วงเวลา ตี 3 ของเมืองไทย โทรหาพี่ป้อม พี่ป้อมบอกว่า ไม่มีอะไรหรอกนะ ให้ใจเย็นๆ คือภาษาอังกฤษดิฉันก็ไม่ค่อยแข็งแรง แต่อาศัยว่าใจรักและใจกล้าเท่านั้นเอง พี่ป้อมช่วยแก้ปัญหาให้คือ ช่วยแต่งประโยคภาษาอังกฤษที่ดีๆ ที่เขาสามารถอ่านแล้วเข้าใจ และไม่เข้าใจดิฉันผิดไป คือเขาโกรธและโมโหดิฉันมากๆๆ เพราะดิฉันโทรไปหาเขาหลายๆครั้งติดต่อกันในระหว่างที่เขากำลังทำงานและยุ่งอยู่ ซึ่งเป็นการรบกวนเขา และเสียมารยาทมาก คือดิฉันกลัวจะเสียเขาไป เลยต้องรีบปรึกษาพี่ป้อมอย่างด่วนค่ะ เพื่อให้พี่ป้อมช่วยแต่งประโยคให้เขาเข้าใจและยอมรับคำขอโทษของดิฉัน พี่ป้อมช่วยดิฉันได้อย่างดีที่สุดค่ะ ไม่อย่างนั้นเขาจะเลิกกับดิฉัน และจะไม่มาหาดิฉันที่เมืองไทยก็เพราะความงี่เง่าของดิฉันนี่เอง หากไม่มีพี่ป้อมคอยช่วยเหลือในการแต่งประโยคภาษาอังกฤษให้เขาเข้าใจจุดประสงค์ของดิฉันว่า... ดิฉันไม่ได้มีเจตนาไปรบกวนเวลาของเขา เพียงแค่อยากบอกว่าคิดถึง ห่วงใยเขา และแค่สงสัยว่าทำไมไม่รับสาย!! (เพื่อนๆอย่าทำแบบนี้เด็ดขาดนะคะ ไม่อย่างนั้นแย่แน่ๆค่ะ แต่โชคดีที่ดิฉันมีโคชที่ดีอย่างพี่ป้อมที่คอยช่วยเหลืออย่างทันท่วงที) ไม่อย่างนั้น ดิฉันคงเสียคนรักของดิฉันไปแล้ว...😭 เพราะได้ประโยคเด็ดๆของพี่ป้อม เขาจึงกลับมาคืนดีกับดิฉัน เข้าใจดิฉันมากยิ่งขึ้น เราสองคนรักและเข้าใจกันมากกว่าเดิมอีก เขาจึงเปลี่ยนสถานะของสไกป์เป็นแบบปกติค่ะ ทุกวันนี้ดิฉันยังตื่นนอนตี 5 เหมือนเดิม ยอมรับว่าง่วง แต่มันสุขใจ ที่ได้คุยกับเขาค่ะ ช่างเป็นช่วงเวลาที่พิเศษสุดของเราจริงๆค่ะ

จากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่ง ถึงวันที่เขามาเมืองไทย ดิฉันไปรับแฟนที่สนามบิสุวรรณภูมิในตอนเช้าตรู่ ดิฉันตื่นเต้นมากๆ อยากจะเซอร์ไพรส์แฟน และยิ่งมีความรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นไปอีกที่จะได้เจอกันเป็นครั้งแรก! ดิฉันรอเขาประมาณ 1.30 ชั่วโมง และแล้วเขาก็เดินลากกระเป๋าออกมา ใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาว กางเกงยีนส์ ผิวขาวมากๆ หล่อที่สุดของดิฉันเลย เห้ย....คือมันใช่อ่ะ😍 เราคิดในใจตอนนั้น! (ดิฉันตื่นเต้นมากมายเหลือเกิน หัวใจเต้นตุบๆตับๆ เราได้เจอกับเขาแล้วจริงๆในวันนี้ หลังจากที่คุยกันมาตั้งหลายเดือน)

พอเขาลงจากเครื่อง ก็ส่ง massage (เมจเสจ: ข้อความ) มาว่า “คุณอยู่ที่ไหน” ดิฉันตอบเขากลับไปว่า... “อยู่ตรงประตูทางออกที่ 5 ค่ะ” เขาก็เดินลากกระเป๋าออกมาตามที่ดิฉันบอก พอเราสองเจอกันต่างวิ่งไปหากัน และกอดกัน ดิฉันจึงมอบดอกไม้ช่อโตให้เขา เขาดีใจและปลื้มมากๆ กับการทำเซอร์ไพรส์ของดิฉัน เขาพูดคำแรกว่า “นึกว่าดิฉันจะล้อเล่น ไม่จริงจัง และไม่มารับเขาที่สนามบิน” ดิฉันจึงบอกเขาว่า... ดิฉันจริงจังและจริงใจกับเขาค่ะ

จากนั้นเรานั่งรถไปที่พักกันค่ะ พวกเรามีความสุขกันมาก ตอนเย็นพวกเราจะลงสระว่ายน้ำ และบางวันก็ไปออกกำลังกายที่ยิมกัน ดิฉันว่ายน้ำไม่เป็นแฟนเราเขาสอนดิฉันว่ายน้ำ สนุกมากๆเลยค่ะ (เขาซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกให้เรา เพื่อให้เราสะดวกสบายทุกอย่าง เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดสำหรับดิฉันเลยค่ะ ช่างเป็นการออกเดทครั้งแรกของดิฉันกับเขาที่ประทับใจสุดๆ) ตกตอนกลางคืนเราก็ไปเดินตลาดกัน ช่างมีความสุขเหลือเกิน จับแขนกัน ดิฉันก็แนะนำอาหารไทยให้เขากิน เขาก็สามารถกินได้หมดค่ะ

เช้าวันที่ 13 พฤษภาคม พวกเราขับรถกลับบ้านที่ร้อยเอ็ด เริ่มเดินทางจาก กทม เวลา 12.00น ระหว่างทาง เราสองคนเปลี่ยนกันขับรถ เขาเป็นคนขับรถนุ่มมากๆ จนเราหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกที อ้าวถึงโคราชแล้ว!! ระหว่างทางเขาจะฟังเพลง และเลือกเพลงที่เขาชอบฟัง ไปถึงร้อยเอ็ด เวลา 23.30น. เราอยู่ที่บ้านร้อยเอ็ดรวม 5 คืน 6 วันค่ะ ขณะที่อยู่ที่บ้านของดิฉันแฟนเราเขาอยากไปหาญาติๆของดิฉันค่ะ เขาอยากรู้จัก ดิฉันก็พาเขาไปเยี่ยมญาติๆ ไปวัดที่ดิฉันนับถือ ไปเที่ยวในตัวจังหวัดร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานีด้วยค่ะ

ตอนเช้า ตอนอยู่ที่บ้านของดิฉัน แม่ดิฉันแกงหน่อไม้ใส่ไข่มดแดง เห็ดเผาะ ให้เขากินทุกเช้าเลย เขาก็กินได้นะคะ เขาชอบกินมากๆเลย ทำให้แม่ของดิฉันหัวเราะชอบใจอย่างมีความสุขที่ได้ทำให้ดิฉันกินทุกเช้าค่ะ เพราะเขาเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ติดดิน ไม่เรื่องมาก คือ อยู่ง่ายกินง่าย ทำให้ครอบครัวของดิฉันประทับใจเขามากๆเลย อีกอย่างคือดิฉันอยากให้เขาประทับใจเพิ่มมากขึ้น โดยพาเขาไปกินอาหารสุดหรูในตลาด นั่นก็คือ... เนื้อย่างเกาหลี ซึ่งดิฉันย่างให้เขากินค่ะ เขาก็กินได้ แถมยังชมดิฉันอีกว่า ดูแลเอาใจใส่เขาดีตลอดเลย อยู่บ้านนอกเราอากาศร้อนมากๆ นะคะ แต่เขาก็ไม่บ่นให้แม่กับพ่อของดิฉันได้ยินเลย เพราะเขาให้เกียรติพ่อแม่ดิฉันมากๆ แต่จะบ่นให้เราได้ยินบ้างเป็นบางครั้ง เพราะบ้านเขาหนาวมาก บ้านเราร้อนมาก (ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆๆ) พ่อกับแม่ติดแอร์ไว้ให้เขา เพื่อเป็นการต้อนรับเขาล่วงหน้าค่ะ เขาอยู่บ้านดิฉันแบบสะดวกสบาย เขาชอบบรรยากาศแบบเป็นกันเองของครอบครัวดิฉัน ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ

แล้วเราจึงกลับกรุงเทพ ตอนเที่ยงวันที่ 18 พฤษภาคม 2561 มาพักที่โรงแรม แถวห้างซีคอนสแควร์ เพราะใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ และตลาดนัดรถไฟอีกด้วย เพราะเราสองคนชอบเดินตลาดนัดตอนกลางคืนสนุกดีค่ะ

💍 คืนวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 เขาขอดิฉันแต่งงาน.......ค่ะ (ดิฉันดีใจมากๆๆๆ ที่สุดในโลก เพราะไม่เคยมีผู้ชายคนไหนมาขอดิฉันแต่งงานได้โรแมนติกมากขนาดนี้มาก่อน อบอุ่นเสียเหลือเกินค่ะ) ทำเอานอนไม่หลับเลย นึกว่าตัวเองเป็นคนเดียว ผลปรากฎว่าเขาเองก็นอนไม่หลับเหมือนกันค่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆๆๆ (ก่อนหน้านี้ เขาบอกกับแม่ดิฉันไว้ว่า พวกเราได้กำหนดวันและเวลาแต่งงานของเรา ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งเป็นฤกษ์ที่ดีที่สุดของเราสองคนค่ะ ดิฉันตื่นเต้นมากๆ เพราะอยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ เพราะหลังจากงานแต่งงานแล้ว เขาจะพาดิฉันไปอยู่กับเขาถาวรที่ประเทศไอร์แลนด์ และเรายังวางแผนที่จะมีลูกด้วยกันทันทีหลังแต่งงานอีกค่ะ...เพื่อนๆไม่ต้องอิจฉาดิฉันน้าาา) อีกอย่างหนึ่งคือ แฟนของดิฉันถามเรื่องประเพณีสินสอดทองหมั้น (Dowry= คำนี้ค่อนข้างจะละเอียดอ่อนมากทีเดียว เพราะเท่าที่ดิฉันได้ทราบมาคือ ฝรั่งไม่ชอบให้พูดถึงเรื่องเงินค่าสินสอด เพราะฝรั่งบางคนไม่ค่อยยอมรับในเรื่องนี้)ว่าต้องการเท่าไหร่ ให้ดิฉันเลยบอกไปตรงๆ ว่าต้องการเท่าไหร่ เพราะเขาต้องการทราบคำตอบในตอนนั้นเลย จึงบอกเขาไปทันทีค่ะ เขาบอกว่า ตกลงได้เลยไม่มีปัญหา เพราะเขารักเรามากกกก อยากแต่งงาน และอยากให้เงินดิฉันอยู่แล้ว อีกอย่างคือเขายอมรับในเรื่องประเพณีไทยว่าเงินสินสอดต้องให้พ่อกับแม่ของดิฉัน เขาก็ยินดีค่ะ ประเพณีไทยเท่าที่เขาได้ศึกษามาว่าต้องมอบทองคำให้กับผู้หญิง เขาจึงถามดิฉันต่ออีกว่าต้องการเท่าไหร่...? ดิฉันจึงตอบเขาไปตามที่ดิฉันต้องการ เขาตอบตกลงค่ะ (ต้องขอโทษเพื่อนๆด้วยนะคะที่ไม่ได้บอกจำนวนของสินสอดทองหมั้น เพราะบางคนอาจฟังแล้วรู้สึกไม่ดี เหมือนเราไปขอเงินเขา เพราะฝรั่งไม่เหมือนกันทุกคนที่จะยอมรับในเรื่องนี้ได้) เรื่องสินสอดก็ผ่านไปได้ด้วยค่ะ

พอถึงเช้าวันที่ 20 พฤษภาคม 2561 ดิฉันไปส่งแฟนที่สนามบินสุวรรณภูมิ เขาบอกกับดิฉันว่า “อย่าลืมเขานะ ให้มีจิตใจที่หนักแน่น และรักเขาคนเดียว ถ้าเขาไปถึงที่ประเทศของเขา แล้วเขาจะรีบสไกป์มาหาดิฉัน” ดิฉันน้ำตาคลอ ด้วยความที่แบบว่า... เราสองคนอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดเวลาที่เขามาที่เมืองไทย เราไม่เคยห่างกันเลยอยู่ด้วยกันตัวติดกันตลอด เขาบอกอีกว่า ต้องเข้มแข็งนะ! ดิฉันจะพยายามทำแบบนั้นให้ได้ค่ะ

พอแฟนกลับไปแล้ว ดิฉันโทรหาพี่ป้อมทันทีและบอกกับพี่ป้อมว่า... “ขอบคุณพี่ป้อมมากๆนะคะ ที่ทำให้ดิฉันมีความสุขมากมายได้ขนาดนี้ เพราะไม่เคยมีความสุขอะไรแบบนี้มาก่อน ขอบคุณพี่ป้อมมากๆจริงๆค่ะ ด้วยคำแนะนำที่ดีของพี่ ด้วยคำพูดดีดี คำพูดที่คอยให้กำลังใจและสร้างสรรค์เสมอๆ จนทำให้ดิฉันมีวันนี้ได้ วันที่มีความสุขที่สุดค่ะ” 💐🙏🏻

จากนั้น หลังจากที่แฟนดิฉันกลับไป พวกเราคุยสไกป์กัน และส่ง massage กันมากกว่าเดิม บอกรักกันบ่อยกว่าเดิมอีก มีความสุขกันสุดๆ เราสองคนคิดถึงกันมากมายเหลือเกิน จนเขาบอกว่าเขาทนคิดถึงดิฉันไม่ไหวแล้ววววว อยากให้ไปเยี่ยมเขาและใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่ไอร์แลนด์ในต้นเดือน กันยายน 2561 ที่จะถึงนี้
และก็อีกนั่นแหล่ะ เราก็จะขอความช่วยเหลือจากกามเทพพี่ป้อมของเรา ในเรื่องทำ Visa อีกค่ะ ช่วงนี้ก็กำลังเตรียมเอกสารที่จะทำวีซ่า พี่ป้อมจะช่วยเหลือดิฉันทุกอย่าง จนกว่าดิฉันจะได้วีซ่าในแบบผู้เยี่ยมเยียน(Visitor) เขาในเดือนกันยายนให้หายคิดถึง พอไปเยี่ยมเขากลับมาแล้ว อีกไม่กี่เดือนเราก็จะได้แต่งงานกันที่เมืองไทยในพฤศจิกายน(November)นี้ เพื่อนๆคะ ไม่ต้องอิจฉาดิฉันนะคะ หรือจะอิจฉาหน่อยๆ ก็ได้ค่ะ
นี่คือความสุขของดิฉัน ที่สามารถบอกได้อย่างเต็มปากว่า "มันสุขจริงๆ สุขแบบสุดๆ" 💝 ด้วยความช่วยเหลือของกามเทพพี่ป้อมที่บันดาลชีวิตใหม่ จากความฝันเล็กๆ ให้กลายมาเป็นจริงได้ในวันนี้ พี่ป้อมได้ทุ่มเทกำลังใจให้น้องคนนี้แบบสุดๆ คือ ดิฉันรักพี่ป้อมเหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน บอกได้เลยว่า “รักพี่ป้อมมากๆ เลยนะคะ พี่ป้อมเก่งจริงๆ เสียสละเวลา อดทนพร่ำสอน และให้คำปรึกษาทุกอย่าง ยกให้พี่ป้อมเป็นพี่สาวคนหนึ่งที่ดีที่สุดสำหรับดิฉันเลย ผู้หญิงคนนี้เธอทำเพื่อน้องได้ดีจริงๆ”

และสุดท้ายนี้...อยากบอกกับพี่ๆ เพื่อนๆ และน้องๆ คนไหนที่ยังขี้อาย ลังเลใจ วิตกกังวลล่วงหน้าไว้ก่อน ว่าเราจะสามารถทำให้ความฝันของเราเป็นจริงได้หรือเปล่า...? คุณไม่ต้องกลัวล่วงหน้าค่ะ คุณต้องใช้ความกล้าของคุณที่มีให้เป็นประโยชน์ ถ้าคุณยังไม่พร้อมลงมือทำ คุณจะพบกับความสำเร็จได้อย่างไร...? หากคุณอยากมีแฟนต่างชาติแต่ยังขี้อายอยู่ คุณต้องสู้และกล้าเหมือนดิฉันสิคะ กล้าในสิ่งที่เราควรกล้า อย่ายอมแพ้ก่อนที่จะต่อสู้เลยนะคะ เราต้องสู้ สู้อย่างเดียว อย่ามัวอาย หรือขี้ขลาด และสำหรับคนที่มีปัญหาติดขัดตรงจุดไหน คุณต้องรีบปรึกษา ติดต่อพี่ป้อมทันที และขอคำแนะนำจากพี่ป้อมบ่อยๆ เพราะพี่ป้อมจะได้ช่วยพวกคุณได้ทันท่วงที และประสบความสำเร็จเหมือนดิฉัน ให้คุณดูดิฉันเป็นตัวอย่างเรื่องภาษาอังกฤษในช่วงแรกๆ ที่แย่มากๆ แต่ดิฉันมีพลังต่อสู้ไม่ถอย เพราะความอดทน ความพยายามมุ่งมั่นของดิฉันมันเกินร้อย คิดบวกด้วย และยังไม่เคยกลัวอุปสรรคใดใดเลย อะไรจะเกิดดิฉันก็จะยอมรับมันให้ได้ ถ้าคุณอยากได้แฟนต่างชาติ คุณต้องพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนทัศนคติของคุณใหม่ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ ถ้าคุณสามารถยอมรับสิ่งเหล่านี้ได้ คุณก็จะพบกับความสำเร็จในไม่ช้านี้ค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆทุกคนนะคะ สู้ๆ อย่ายอมแพ้ค่ะ

ท้ายสุดนี้ พี่ป้อมกระซิบฝากบอกว่า... น้องๆคนไหนที่อยากหาคู่ต่างชาติ คุณไม่ต้องอาย ไม่ต้องกลัวเรื่องภาษาอังกฤษ ขอแค่ใจของคุณพร้อมสู้ไปกับพี่ป้อมอย่างเดียวพอค่ะ ฉะนั้น คนไหนที่รู้ตัวว่าเป็นสาวมั่น สาวใจกล้า ที่อยากจะโกอินเตอร์ และพร้อมที่จะมาใช้ชีวิตในต่างประเทศ อินบล็อกพี่ป้อมเลยค่ะ พี่ป้อมยินดีต้อนรับสาวมั่นทุกคนค่ะ

ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ
ดิอร ณ อเมริกา

#สนใจหาแฟนฝรั่งติดต่อกามเทพพี่ป้อม
ทางเฟส Michael Pom Diemerได้เลยนะคะ

ที่มา www.facebook.com/DiornUSA